ชื่อ พระราชรัตนวราภรณ์ ฉายา กตสาโร อายุ ๖๒ พรรษา ๔๒ วิทยฐานะ น.ธ.เอก วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง
เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท และเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สถานะเดิม
ชื่อ นพปฎล (แวว) นามสกุล ทรัพย์บุญ เกิด วัน ๒ ฯ ๗ ค่ำ ปีวอก วันที่ ๒๒ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ บิดา นายหวาน ทรัพย์บุญ มารดา นางหนู ทรัพย์บุญ บ้านเลขที่ ๑๐ หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บรรพชา
วัน - ฯ ค่ำ ปี - วันที่ - เดือน - พ.ศ. – วัด - ตำบล - อำเภอ - จังหวัด -

อุปสมบท
วัน ๑ ฯ ๔ ค่ำ ปี เถาะ วันที่ ๑๔ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ วัดป้อมแก้ว ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระอุปัชฌาย์
พระครูประโชติวุฒิกร (โชติ พุทฺธสฺสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระกรรมวาจาจารย์
พระครูโกมุทสรคุณ วัดสระบัว กรุงเทพมหานคร

พระอนุสาวนาจารย์
พระครูประโชติธรรมวิจิตร (เพิ่ม อตฺตทีโป) เจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วิทยฐานะ

๑. พ.ศ. ๒๔๙๘ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนวัดป้อมแก้ว ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๒. พ.ศ. ๒๕๐๙ สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดป้อมแก้ว ตำบลบ้านกลึง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๓. การศึกษาพิเศษ การบัญชี พิมพ์ดีด
๔. ความชำนาญการ ด้านนวกรรม การก่อสร้าง การบริหารงานบุคคล การบรรยายธรรม
๕. พ.ศ. ๒๕๑๙ เข้ารับการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม ของคณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๖. พ.ศ. ๒๕๒๐ เข้ารับการอบรมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส ที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเวลา ๑๐ วัน
๗. พ.ศ. ๒๕๔๘ เข้ารับการอบรมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส ในฐานะเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ที่วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา ๘ วัน

สมณศักดิ์

พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในราชทินนามที่ “พระครูสาธุกิจโกศล”
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ “พระพิพัฒน์วราภรณ์”
พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นกรณีพิเศษ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ๑๒ สิงหามหาราชินี เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชรัตนวราภรณ์ บวรศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี”

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ

พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ในฐานะผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาอนุรักษ์มรดกไทยทางพระพุทธศาสนา
พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับการถวายปริญญาพุทธศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับรางวัล“บุษราคัมมณีศรีราชภัฏ”ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๔๖ จากทางสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ในฐานะเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านส่งเสริมการศึกษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ได้รับการถวายปริญญากิตติมศักดิ์ ครุศาสตรบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ๔ มีนาคม ๒๕๔๗
พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้รับการถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

งานด้านปกครอง

๑. ได้ดำรงตำแหน่งด้านการบริหารและการปกครองในฐานะพระสังฆาธิการ เป็นลำดับดังนี้

พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นรองเจ้าอาวาสวัดป้อมแก้ว อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นรองเจ้าคณะตำบลบ้านกลึง
พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นรองเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นรองเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๔ มีพระภิกษุ ๕๒ รูป สามเณร ๙๒ องค์ ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๕ มีพระภิกษุ ๕๖ รูป สามเณร ๑๐๘ องค์ ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๖ มีพระภิกษุ ๕๖ รูป สามเณร ๑๐๓ องค์ ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๗ มีพระภิกษุ ๕๗ รูป สามเณร ๘๘ องค์ ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๘ มีพระภิกษุ ๔๙ รูป สามเณร ๙๖ องค์ ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร
พ.ศ. ๒๕๔๙ มีพระภิกษุ ๔๗ รูป สามเณร ๙๖ องค์ ภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร

๒. ในระยะเวลาที่ได้รับมอบหมายจากคณะสงฆ์ ให้รับผิดชอบดูแลงานในหน้าที่ที่ผ่านมาไม่มีอธิกรณ์ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นภายในวัดพนัญเชิงฯ ทำให้วัดมีความเจริญมั่นคง เป็นที่เจริญศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมาโดยตลอด ปัจจุบันปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ภายในวัดมีพระภิกษุสวดพระปาติโมกข์ได้ จำนวน ๕ รูป มีการสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน และได้ส่งเสริมให้ทุกวัดในเขตปกครองอำเภอพระนครศรีอยุธยา มีการสวดพระปาติโมกข์ เป็นประจำทุกกึ่งเดือนเช่นเดียวกัน สำหรับถ้าในวัดใดไม่มีพระภิกษุที่สามารถสวดได้ ก็จะจัดส่งพระภิกษุภายในวัดพนัญเชิงฯ ไปแสดงเป็นประจำทุกครั้ง

๓. เมื่อดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้จัดให้มีการประชุมพระสังฆาธิการระดับต่างๆ เป็นประจำทุกวันศุกร์ ต้นเดือน ณ หอประชุมสงฆ์วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระสังฆาธิการภายในอำเภอ เข้าร่วมประชุม ครั้งละประมาณ ๙๐ รูป มีวาระการประชุมตามที่ได้กำหนดเตรียมไว้ มีการปรึกษาหารือกับเจ้าคณะพระสังฆาธิการที่เข้าร่วมประชุม และแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดมีขึ้นมิให้เกิดคั่งค้าง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเป็นอธิกรณ์ขึ้นมาได้ การแก้ไขปัญหาที่ทันท่วงทีโดยใช้หลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งหวังประโยชน์ที่จะเกิดแก่ส่วนรวมเป็นหลัก จึงทำให้การปกครองของคณะสงฆ์อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยเสมอมา และสามารถที่จะถือเอาเป็นแบบอย่างของคณะสงฆ์อำเภออื่นๆ ภายในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้

๔. สำหรับภายในวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งได้จัดให้มีการวางระเบียบสำหรับพระภิกษุ-สามเณรภายในวัด และแนะนำให้ได้ยึดถือปฏิบัติตามแนวทางแห่งพระธรรมวินัย กฎ ระเบียบของมหาเถรสมาคม กฏหมายบ้านเมือง อย่างเคร่งครัด มีการดูแลและแนะนำข้อปฏิบัติต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับพระภิกษุ-สามเณรอย่างชัดเจนและใกล้ชิด ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้