ประวัติความเป็นมา

อุ่ยท้อโพธิสัตว์  หรือท้าวมหาชมพู  ว่ากันว่า  ในอดีตเคยเป็นนักรบผู้กล้าหาญ  นำไพร่พลออกรบ  ปกปักรักษาอาณาเขตบ้านเมืองอย่างกล้าหาญจนตัวตาย  ความที่มีจิตใจมุ่งมั่น  ในการต่อสู้รักษาประเทศชาติของตนเอง  ครั้นตายไปแล้ว  ดวงวิญญาณก็ยังคงดูแลแผ่นดิน  ไม่ให้ภูตผีปีศาจเข้ามาในบริเวณที่ตนดูแลอยู่ได้  มาวันหนึ่ง  พระพุทธองค์เสด็จจาริกแสวงบุญเผยแผ่พระพุทธศาสนา  แสดงพระธรรมเทศนาผ่านมาในบริเวณที่ท้าวมหาชมพูดูแลอยู่  ท้าวมหาชมพูเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมาและมีแสงเรืองรองออกมาจากพระวรกายของพระองค์  จึงเข้าไปขวางหน้าแล้วถามว่า  ท่านเป็นใคร  เหตุไฉนจึงมีแสงเรืองรองเช่นนี้  พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า  เราคือพุทธะ  ผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบาน  ท้าวมหาชมพูได้ยินดังนั้น  ก็แปลงกายให้ใหญ่โต  หมายจะให้พระพุทธเจ้าหวาดกลัว  แต่ท้าวมหาชมพูยิ่งแปลงกายให้ใหญ่โตเท่าไร  พระวรกายของพระพุทธเจ้ากลับใหญ่ยิ่งกว่านั้นอีก  ท้าวมหาชมพูเห็นดังนั้น  จึงทูลถามพระพุทธเจ้าว่า  ท่านสามารถแปลงกายให้สวยงามยิ่งกว่าข้าได้ไหม  ครั้นพูดจบก็แปลงกายเป็นนักรบแต่งเครื่องทรงสวยงาม  พระพุทธเจ้าก็บันดาลให้พระวรกายของพระองค์งดงามไปด้วยอาภรณ์ที่งดงาม  ประดับได้ด้วยเครื่องอัญมณี  มีรัศมีเรืองรองโดยรอบพระเกศา  จนท้าวมหาชมพูแสดงความเลื่อมใส  พระพุทธองค์จึงตรัสบอกท้าวมหาชมพูว่า  เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่  ท่านได้ฆ่าผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก  กงกรรมกงเกวียนของท่านจะหมุนไปไม่รู้จบสิ้นถ้าท่านไม่ยอมหยุด  ท้าวมหาชมพูเกิดความเลื่อมใสในพระธรรมเทศนาของพระองค์  อธิษฐานตนขอเป็นผู้เฝ้ารักษาพระศาสนาตั้งแต่นั้นมา 
         
เทพเจ้าอุ่ยท้อ  กล่าวได้ว่า  เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของวัดได้  เพราะมีประวัติเป็นผู้ดูแลพระพุทธศาสนา  มีหน้าที่ป้องกันพระศาสนาและพระภิกษุสงฆ์ให้พ้นภัย 
         
รูปลักษณ์ของเทพอุ่ยท้อ  เครื่องทรงสวมเกราะและหมวกอย่างทหาร  สองมือประคองกระบี่ในท่าประณม  บางที่ไม่ใช้กระบี่  ใช้กระบองมีเหลี่ยมเป็นปล้องๆ เป็นอาวุธที่ใช้ปราบปีศาจหรือมารที่มารังควาญสงฆ์ 

ลักษณะความเชื่อ

เนื่องจากท่านเป็นมหาเทพที่มีหน้าที่รักษาพระพุทธศาสนาปกป้องคุ้มครองวัดวาอาราม ตลอดจนผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา และคอยปราบปรามภูตผีปีศาจ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงมีความศรัทธา กราบไหว้ และยกย่องให้เป็นมหาเทพ โดยเชื่อกันว่าผู้ที่บูชาจะพ้นจากภัยพิบัติ มีสุขสมบูรณ์สมปรารถนาทุกประการ และในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานก็จะมีองค์ท่านตั้งไว้ในพุทธมณฑลพิธี ร่วมกับภาพปฏิมาของพระพุทธเจ้า ๓ พระองค์ และมหาโพธิสัตว์อื่นๆ เนื่องจากมีความเชื่อว่า เป็นเทพมหามงคล คอยระวังปราบปรามภูติผีปีศาจทั้งหลายที่มารังควานได้