ตามนัย แห่งคัมภีร์เฉลิมไตรภพ กล่าวไว้ว่า พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระอุมา ประทับในโรงพิธีเชิงพระเมรุบรรพต ให้หัสดี คือ พสุธา กับ สุนทรา คือวารี พิจารณาถึงสัตว์ ที่ควรชุบเป็นนพเคราะห์ จึงนึกถึงบุตร ๓ คน อันกุศลกรรมนำให้เกิดเป็นราชสีห์ ๑ นางในตระกูลเศรษฐี ๑ โขมด ๑ และญาติ ๖ คน ซึ่งเกิดเป็นมหิงสา ๑ คชสาร ๑ อาจารย์ฤาษี ๑ โค ๑ พยัคฆ์ ๑ อยู่ในป่าหิมพานต์ มีลูกหลานสืบต่อมา จึงดลใจให้มาใกล้โรงพิธี พระเจ้าทั้ง ๔ รับสั่งให้หัสดีไปจับส่งให้แก่สุวะกำ นำมาถวายจึงทรงทำด้วยเทวฤทธิ์

ให้ราชสีห์ ๖ ตัว เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีแดง ชุบเป็นพระอาทิตย์ สีกายและอาภรณ์สีแดง ทรงพาหนะราชสีห์ รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศอีสาน พิทักษ์พระพุทธรูปปางถวายเนตร

ให้นางพรหมจารีในตระกูลเศรษฐี ๑๕ นาง เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีนวล ชุบเป็นพระจันทร์ สีกายและอาภรณ์เป็นสีนวล ทรงพาหนะม้า รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศบูรพา พิทักษ์พระพุทธรูปปางห้ามญาติ

ให้กระบือ ๘ ตัว เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีม่วง ชุบเป็นพระอังคาร สีกายและอาภรณ์เป็นสีม่วง ทรงพาหนะกระบือ รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศอาคเนย์ พิทักษ์พระพุทธรูปปางไสยาสน์หรือปางคันธารราฐ

ให้คชสาร ๑๗ เชือก เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีแดง ชุบเป็นพระพุธ สีกายและอาภรณ์เป็นสีแสด ทรงพาหนะช้าง รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศทักษิณ พิทักษ์พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร

ให้ฤาษี ๑๙ ตน เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีเหลือง ชุบเป็นพระพฤหัส สีกายและอาภรณ์เป็นสีเหลือง ทรงพาหนะละมั่ง รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศประจิม พิทักษ์พระพุทธรูปปางสมาธิ

ให้โค ๒๑ ตัว เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีชมพู ชุบเป็นพระศุกร์ สีกายและอาภรณ์เป็นสีชมพู ทรงพาหนะโค รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศอุดร พิทักษ์พระพุทธรูปปางรำพึง

ให้พยัคฆ์ ๑๐ ตัว เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีเขียวแก่ ชุบเป็นพระเสาร์ สีกายและอาภรณ์เป็นสีเขียวแก่ ทรงพาหนะเสือ รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศหรดี พิทักษ์พระพุทธรูปปางนาคปรก

ให้ศีรษะโขมด ๑๒ ศีรษะ เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีดำ ชุบเป็นพระราหู สีกายและอาภรณ์เป็นสีดำ ทรงพาหนะโขมดหรือเมฆเหมือนรูปครุฑ รักษาเขาพระสุเมรุด้านทิศพายัพ พิทักษ์พระพุทธรูปปางป่าลิไลยก์

ให้นาค ๙ ตัว เป็นจุณแล้วห่อด้วยผ้าสีทอง ชุบเป็นพระเกตุ สีกายและอาภรณ์เป็นสีทอง ทรงพาหนะนาค รักษาเขาพระสุเมรุในท่ามกลาง พิทักษ์พระพุทธรูปปางมารวิชัย

พิธีสวดมนต์นพเคราะห์ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘